ขึ้นภาษีปกป้องฐานการผลิตในประเทศ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบนำเข้าทั้งคัน (CBU) จากเดิม 10% พุ่งขึ้นเป็น 35% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้ลงทุนสร้างโรงงานและระบบห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทยแล้ว พร้อมทั้งเป็นการกดดันให้ค่ายรถที่ยังคงพึ่งพาการนำเข้า (โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 0% จากข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน) ต้องเร่งเจรจาเพื่อตั้งฐานการผลิตในประเทศ สร้างการแข่งขันที่ยุติธรรมมากยิ่งขึ้น
ยอดขายโตต่อเนื่อง คาดยอดจองพุ่งทะลักปลายปี ภาพรวมตลาด EV ในไทยยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 มียอดจดทะเบียนสูงถึง 191,273 คัน (เติบโต 83% เมื่อเทียบกับปีก่อน) ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ประเมินว่า การประกาศปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เร่งซื้อ” ในช่วงปลายปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงงาน Thailand International Motor Expo เดือนธันวาคม เนื่องจากผู้บริโภคต้องการตัดสินใจซื้อรถในราคาที่ยังอิงอัตราภาษีเดิม อย่างไรก็ตาม ทาง FTI กังวลว่าการดึงกำลังซื้อล่วงหน้าอาจทำให้ความต้องการในตลาดหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี 2027
ผลกระทบชิ่งต่อตลาดรถกระบะ ปรากฏการณ์เร่งซื้อ EV ปลายปีอาจกลายเป็นปัจจัยลบที่ซ้ำเติมตลาดรถกระบะที่กำลังชะลอตัวอย่างหนัก โดยยอดขายรถกระบะในช่วง 9 เดือนแรกติดลบไปแล้วถึง 16% ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะชะลอการซื้อรถกระบะออกไปก่อนเพื่อนำเงินไปจับจอง EV ก่อนถูกปรับราคาขึ้น เพื่อแก้ปัญหานี้ กรมสรรพสามิตกำลังเตรียมแคมเปญนำรถกระบะเก่ามาแลกใหม่โดยให้เงินอุดหนุน 40,000 บาทต่อคัน แต่ทางผู้แทนจาก FTI มองว่าเพียงแค่เงินอุดหนุนอาจไม่เพียงพอ รัฐบาลและสถาบันการเงินจำเป็นต้องปรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายได้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น